แรงบันดาลใจกับความสำเร็จในการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเอง
1. สร้างแรงบันดาลใจ
สนใจและอยากไปประเทศสหรัฐอเมริกาตามโครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนต่างประเทศและหาข้อมูลพบว่าคนที่จะไปแลกเปลี่ยนที่อเมริกาได้ ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กเก่ง ๆ พื้นฐานภาษาอังกฤษดีมาก เพราะอเมริกาเป็นประเทศแรกในกลุ่มนักเรียนแลกเปลี่ยนที่จะเลือกไป และการแข่งขันสูงมาก เขาจึงตัดสินใจ เริ่มต้นเรียนภาษาอังกฤษต้อง และตั้งใจไปอเมริกาให้ได้
2. ค้นหาปัญหาของตัวเอง
เขาพบว่าปัญหาของเขาคือ เบื่อการเรียนภาษาอังกฤษ เกลียดภาษาอังกฤษ ฟัง – พูด – อ่าน – เขียน ไม่ได้ ไม่ออก ไม่เป็น ทำอะไรไม่ได้เลย และไม่อดทน
3. เริ่มแก้ปัญหาทีละจุด
เขาเบื่อรูปแบบการเรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียนจึงเริ่มใหม่จากการฟังโดยการเช่า DVD ภาพยนตร์มาดูตามขั้นตอน คือ Sound ภาษาอังกฤษ No Subtitle และดูไปเรื่อย ๆ และในรอบที่ 2 ดูเรื่องเดิมแต่เลือกฉากที่ชอบสัก 10 นาที ซึ่งเป็นฉากที่มีบทพูดเยอะ ๆ นั่งฟังซ้ำ ๆ สัก 2 – 3 รอบ ทำแบบนี้เกือบหนึ่งเดือน เริ่มเห็นผล
4. ความสำเร็จขั้นแรก
หลักจาก 3 อาทิตย์ผ่านพ้นไป ความรู้สึกที่รู้สึกได้คือ เมื่อดูหนังไปเรื่อย ๆ เริ่มรู้สึกว่าทำไมหนังมันพูดช้าจังเลย ใครที่ดูหนังก็จะรู้ ฝรั่งพูดเร็วยังกับจรวด ทำไมเรื่องนี้พูดช้าลง มาตรองดูพบว่าจริง ๆ แล้ว ฝรั่งเขาไม่ได้พูดช้าเลยครับ แต่เราชินกับความเร็วในการพูดของฝรั่งแล้ว เขาสามารถจับความเร็วในการฟังได้ประมาณ 30 % จากตอนแรก 0 % จากนั้นเขาลองเปลี่ยนไปฟังวิทยุออนไลน์สถานีของอเมริกา ปรากฏว่าเขาพูดช้ากว่าในหนังเยอะเลย เขาสามารถจับความถี่ที่ DJ. ฝรั่งพูดได้มากกว่า 50 % ดีใจมากครับ แสดงว่ามันเริ่มเห็นผลแล้ว มีกำลังใจแล้วฝึกต่อ นึกถึงอเมริกา นึกถึงวันที่เราสอบได้ และได้ไปอเมริกา
5. ดัดจริต
ขั้นตอนต่อมา เริ่ม Advance ขึ้น ฟังอย่างเดียวกลัวเบื่อ คราวนี้พูดบ้างดีกว่า พูดตามดาราในหนังพูดผิด ถูก ไม่รู้ แต่จะพูดออกเสียง S เสียง Z เสียง stress เลียนแบบเขาไป ดูหนังไปพูดตามไป (รู้สึกดัดจริต ทำคนเดียวในห้องไม่มีคนเห็น) บางทีเขาหัวเราะก็หัวเราะตามอย่าได้แคร์เพราะอยู่คนเดียว นึกถึงอเมริกา นึกถึงวันที่เราสอบได้ และได้ไปอเมริกา
6. แกรมม่า ใครว่าไม่สำคัญ
หลังจากที่เขาฟังได้ 20 ฟังและพูดได้อีกสัก 20 วัน เขาเจอปัญหาใหญ่คือ ไม่สามารถเรียบเรียงคำพูดอกมาได้ สามารถพูดตามฝรั่งในหนังด้วยสำเนียงที่เหมือนเพราะเลียนแบบเขา แต่ไม่สามารถพูดตามที่อยากพูดได้ทำอย่างไรดี จึงไปเลือกซื้อหนังสือแกรมม่าซึ่งมีหลากหลายทั้งแบบไว้สอบ สำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน จึงเลือกแบบใช้สำหรับชีวิตประจำวันมา 2 – 3 เล่ม ค่อย ๆ อ่านศึกษาทีละหัวข้อและพยายามมาประยุกต์ใช้หัวข้อ Tense ทั้ง 12 Tense จำได้หมด (ณ ตอนนั้น) ว่าโครงสร้างเป็นอย่างไร แต่ใช้ในชีวิตประจำวันจริงไม่กี่ Tense สรุปทุกวันเขาต้องดูหนังฝรั่งวันละ 1 – 1.30 ชั่วโมง พร้อมเลียนแบบเสียง จากนั้นก็นั่งศึกษาแกรมม่า ประมาณครึ่งถึง 1 ชั่วโมง และก็พูดคนเดียวหน้ากระจก นึกถึงอเมริกา นึกถึงวันที่เราสอบได้ และได้ไปอเมริกา
7. เริ่มฝึกอ่าน
สำหรับอ่าน ก็เริ่มจากการอ่านในอินเตอร์เน็ต เว็บข่าวต่างประเทศ ซึ่งแน่นอนว่ามันยาก ก็เปลี่ยนมาอ่านหนังสือพวก Nation Junior หรือที่ยากหน่อยก็พวก Reader’s digest ศัพท์ที่ไม่รู้ก็ปิด Dictionary พยายามอ่านที่เป็นหนังสือ อย่าอ่านออนไลน์เพราะในหนังสือศัพท์ตัวไหนไม่ทราบความหมายก็สามารถเปิดหาและจดลงไปได้ช่วยให้จำศัพท์ได้ดียิ่งขึ้น เมื่อศึกษา แกรมม่า มาระดับหนึ่งแล้วการอ่านมันเลยง่ายขึ้นเยอะครับ ประโยคยาว ๆ แยกได้ส่วนไหนคือคำหลัก เขาคิดว่าถ้าเราเข้าใจ แกรมม่า สามารถใช้มันอย่างถูกต้อง มันจะช่วยเราได้ดีในเรื่องการอ่าน ฝึกอ่านไปเรื่อย ๆ วันละ 1 -2 หน้า จนนานเข้าเราสามารถอ่าน Bangkok Post ได้ สำหรับการอ่านนี้อาจจะต้องใช้เวลานานหน่อย
8. การเขียน
ผู้เขียนกระทู้นี้ได้กล่าวว่า การเขียนเป็นจุดที่สำคัญ เป็นทักษะที่ค่อนข้างยาก อาจต้องใช้สอบเขียน การเขียนเรียงความด้วย และแนะนำว่าถ้าอยากจะเขียนได้ดี ๆ ควรจะมีคนคอยตรวจคอยแก้ไขให้ ทักษะนี้ควรจะมีผู้ชี้แนะ และควรจะเรียนด้วย ในที่สุดก็ถึงวันสอบไปอเมริกา เขาก็สอบผ่านด้วยคะแนนสูงพอสมควร ได้ไปอเมริกาตามที่ตั้งใจ และเขาได้สรุปประสบการณ์ฝึกภาษาอังกฤษด้วยตนเองว่า อาศัยการฟังจากการดูหนังฝรั่ง เลียนแบบเสียง ฝึกพูดกับตัวเอง ฝึกแกรมม่า จากนั้นก็อ่าน ส่วนการเขียนมาเรียนเพิ่มเติมทีหลัง และเน้นย้ำว่า แรงบันดาลใจอันแรงกล้าคือสิ่งที่สำคัญมากควรสร้างแรงบันดาลใจอันแรงกล้าให้ตนเอง
จากเรื่องราวที่ได้กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นแรงบันดาลใจมีความสำคัญมากที่ทำให้เกิดความสำเร็จในการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองของเจ้าของกระทู้รายนี้ และผมคิดว่าไม่เพียงแต่การเรียนภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่แรงบันดาลใจจะช่วยให้การกระทำใด ๆ ที่พึงประสงค์บรรลุผลสำเร็จได้ตามต้องการจึงถือโอกาสนี้กล่าวถึงนักสร้างแรงบันดาลใจระดับโลกท่านหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป “ นิก วูยิชิช (Nick Vujicic)” นักสร้างแรงบันดาลใจระดับโลก เป็นชาวออสเตรเลีย เกิดในปี 2525 พร้อมกับเงื่อนไขทางร่างกายที่ไม่มีแขนขา แม้จะเริ่มต้นจากข้อจำกัดของชีวิตที่ติดลบ แต่นิกก็สามารถทำให้ชีวิตของเขากลับมาเป็นบวกได้ด้วยทัศนคติและหัวใจนักสู้ และนี่คือหนึ่งในทัศนคติของนิก “ถ้าผมล้มเหลว ผมจะพยายามต่อไปถ้าคุณล้มเหลวคุณจะพยายามต่อไปหรือไม่ จิตของมนุษย์สามารถทนต่อสิ่งเลวร้ายได้มากกว่าที่เราคิด ชีวิตจะจบลงอย่างไรเป็นสิ่งที่สำคัญ คุณอยากจะจบอย่างเข้มแข็งหรือไม่ ” นิก คว้าปริญญาตรีทางด้านบัญชีและการวางแผนการเงินเมื่ออายุ 21 ปี และกลายเป็นนักเขียนชื่อดังด้วยหนังสือ “LIFE WITHOUT LIMITS” ปัจจุบันเดินทางไปทั่วโลกเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนและปลุกให้ทุกคนลุกขึ้นมากำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
http://www.br.ac.thhttp://www.pantip.com/topic/31114028http://www/peppermintfield.comhttp://www.youtube.com

so good ^^
ตอบลบข้อมูลน่าสนใจดีค่ะ น่าจะเป็นประโยชน์กับใครหลายคนได้ค่ะ
ตอบลบเนื้อหาดีค่ะ จะลองทำตามนะคะ
ตอบลบข้อมูลน้อยไปแต่โดยรวถือว่าดี
ตอบลบเนื้อหาน่าสนใจค่ะ จะนำไปปรับใช้นะคะ
ตอบลบขอบคุณสำหรับเทคนิคดีๆนะคะ...จะลองไปดูนะคะ
ตอบลบExcellent !
ตอบลบเริ่มมองเห็นแรงบันดาลใจของตัวเองแล้ว ขอบคุณนะคะ
ตอบลบ